วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

                          ประสบการณ์เจ๊งหุ้นของผมมันเกิดขึ้นจากการเล่น tfex แต่ก่อนผมก็เล่นหุ้นธรรมดาก็มีได้กำไรบ้างขาดทุนบ้าง ทำให้รู้สึกว่ามันรวยช้าไม่หวือหวาทันใจ ผมเลยเปิดบัญชีเล่น tfex ตอนแรกผมก็โอนเงินเข้าไปเล่นนิดๆหน่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันง่ายดีนะ ไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ผลกำไรของบริษัทเพราะเราเล่นดัชนีพวก set50 ตอนแรกก็เล่นน้อยก็ได้กำไรดี ก็รู้สึกว่าเล่นไปเล่นมากชักติดใจ
                                 
                       พอตลาดปิดตอนเย็นก็เลยหันไปเล่น goldfuture เล่นทองต่อ ช่วงนั้นดันฟลุ๊คเข้าถูกจังหวะอีกเลยเพิ่มเป็นเล่นหลายๆสัญญา กำไรขึ้นไปถึง 50,000 บาท ก็ยังไม่ปิดสถานะ แถมสร้างสถานะเพิ่มไปอีกรวมๆแล้วมีสถานะด้าน long อยู่ 50 สัญญา วันต่อๆมา ก็ขึ้นๆลง จนวันหนึ่งทองร่วงลงอย่างแรง แต่ช่วงที่มันร่วงตลาด goldfuture บ้านเรามันดันปิดตลาดไปแล้ว แล้วก็เป็นเวลาที่เรานอนพอดีเช้ามาก็ร่วงลงทันที ก็เลยปิดสถานะออกมาแบบงงๆ ที่ทำมาก็สูญเปล่าไม่ได้อะไรแถมยังขาดทุนอีกตั้ง 3-4 หมื่น รู้สึกเจ็บใจตัวเองได้กำไรตั้งเยอะแล้วดันไม่ปิดสถานะเทคกำไรไว้

                     มาคราวนี้ก็เลยหันไปเล่นดัชนี set50 index แทนพวก s50z14 singleStock อะไรพวกนี้ แต่มาคราวนี้เริ่มมีหลักการหน่อย หัดดูสัญญาณทางเทคนิคพวก rsi overbought oversold อะไรพวกเนี้ย พอมัน overbought เราก็ short พอ oversold เราก็ long ก็ได้กำไรอีก คราวนี้มีบทเรียนจากครั้งที่แล้วว่าจะไม่ถืออะไรนานๆ เพราะขาดทุนจากทองมากำลังเข็ดขยาด กะว่าจะเล่นแบบตีหัวเข้าบ้านเลย ก็เลยมีแนวความคิดการเล่นเป็นของตัวเองใหม่ โดยการตั้งไว้ว่า s50 ถ้าขึ้น 3 ช่องขาย single stock ขึ้น10 ช่องขาย คำนวณว่าต้องเล่นกี่สัญญา ได้กำไร 500-1000 ออกเลย ปรากฎว่ากำไรทุกวัน จากเงินที่เหลืออยู่ 260,000 กลับมาเป็น 300,000 เท่าเดิม ยังรู้สึกทึ่งตัวเองว่าทำได้ยังไง มันก็รู้สึกในใจว่าตัวเองเก่ง เกิดความภูมิใจในตัวเองขึ้น มั่นใจมากขึ้น

                    แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่จะว่าเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งหรือเปล่า เขียนบทให้ต้องเป็นแบบนี้หรือเปล่า เมื่อมีอยู่วันหนึ่ง ผมก็เปิดสถานะทั้ง s50 singlestock พวก itdz truez ทั้งหลาย มันก็ลงไป  oversold ผมก็ long แต่มันก็ลงไปอีก ไอ้เราก็คิดในใจก็เป็นเหมือนเดิมเข้าทางผมเดียวพอมันลงอีกก็จะ long เพิ่มอีก มัน sold แล้วเดี๋ยวมันก็ต้องกลับมาแล้วก็ปิดสถานะพร้อมกำไรตามที่เคยทำได้ แต่คราวนี้มันยังไม่กลับมา นั่งมองดูเงินในบัญชีก็ขาดทุนอยู่ประมาณ 5-6 พันแล้ว

                    จากที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเอากำไรวันล่ะ 1000 ก็ทำใจไม่ได้ ไม่ยอมเสีย ต้องการเอาชนะให้ได้ประกอบกับกำไรครั้งก่อนมันยังฮึกเหิมบวกกับความภูมิใจในตัวเองจากชัยชนะติดต่อกันมันยังมีอยู่ ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงกลับมา วันต่อมาดัชนีก็ไหลลงมาปิดลบอีกนิดๆ แต่ก็ขาดทุนแล้วประมาณ หมื่นกว่าบาท และวันถัดๆไปก็ไหลลงไปอีก เป็นขาดทุนรวมแล้ว สามหมื่นกว่าบาท แต่ที่น่าหนักใจก็คือดันเพิ่มสถานะเข้าไปอีกจนเยอะ จน excess equity เริ่มติดลบปริ่มๆแล้ว จนเงินในบัญชีใกล้จะมาถึง total mr หลักประกันขั้นต้นแล้ว

                  ก็คิดว่าไม่เป็นไรมันคงปรับฐานเดี๋ยวปรับฐานเสร็จมันก็กลับมาให้เราออกพร้อมกำไรเหมือนเดิม แล้วก็เล่นตีหัวเข้าบ้านได้อีกอย่างที่ผ่านมาได้เหมือนเดิม แต่แล้ววันหนึ่งวันแห่งหายนะก็มาถึง วันที่หุ้นตกวันเดียว -138 จุด คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าจะเละขนาดไหน ความกลัวเหมือนเรากลัวอะไรที่สุดในชีวิต มือไม้สั่น หน้าซีด ตัวเบาหวิว ใจมันก็สั่น ทำอะไรไม่ถูก ดัชนีไหลลงเร็วมากสติก็ไม่มีแล้ว มีแต่ความกลัวอย่างเดียวกลัวว่าเงินจะหมดพอร์ต ก่อนหน้าที่ดัชนีจะร่วงแรงตลาดก็สวิงขึ้นลง ตอนนั้นผมก็มีอารมณ์ร่วมไปกับตลาดเพราะเฝ้าดูมันทุกวันทุกเวลาเลย ผมก็เลยเดี๋ยวเปิด long เปิด short สลับกันไปมาวุ่นวาย พอเรา long ดัชนีมันดันลง พอเรา short มันดันขึ้น

                  ตอนนั้นเมาหมัดแล้ว เปิดสถานะได้มากสุดแค่ไหนก็ใส่หมดแค่นั้น เหมือนนักมวยที่โดนหมัดเด็ดเข้าโป้งแล้วยืนนิ่งให้เขารัวหมัดใส่จนเราเมาหมัดจะไปมิไปแหล่ จากนั้นก็โดนหมัดน็อคเข้าจังๆล้มทั้งยืน เมื่อดัชนีร่วงลงไปแรงมาก ความกลัวทำให้ผมสั่งปิดสถานะไปทั้งหมด พอเลิกจบ ปิดสถานะออกมาจากเงินสามแสนเหลือแค่ 3-4 หมื่น ผมถอนเงินก้อนนั้นออกไปจากตลาดแล้วไม่กลับมาอีก หลังจากวันนั้นคงไม่ต้องบอกเหมือนโชคชะตาเล่นตลก ตลาดรีบาวด์ขึ้นมาแต่ก็ขึ้นมาถึงระดับหนึ่งแล้วก็ไซด์เวย์ แต่ผมออกไปจากตลาดเสียก่อน

                 จนวันนี้ผมกลับมาอีกครั้งหนึ่งแต่ก็เริ่มจะรู้สึกว่ามันกำลังจะเข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว ผมก็เลยต้องมาเขียนบทความอะไรไว้ให้ได้เตือนใจให้ได้มาแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ศึกครั้งใหม่กำลังจะกลับมาอีกแล้ว ศึกครั้งนี้ต้องมีภาคสองแน่ ผลออกมาจะเป็นเช่นไรไว้ถ้ามีโอกาสจะมาบอกเล่าเรื่องราวให้ได้อ่านกันอีกครั้งครับ

             
                                                                           


ไม่มีความคิดเห็น: